มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

กวางหัวล้าน

สนาม: China News Collection Network

บทนำ: เอนก ฟันธงสมัยหน้าเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค เปิดช่องรัฐบาลแห่งชาติพร้อมจับมือเพื่อไทยหนุนนิรโทษกรรมสร้างปรองดอง อ้างสถานการณ์ทำให้ต้องร่วมกับทุกฝ่าย เปรียบ ทรัมป์-คิม ยังคืนดีกันได้ พทขอฉันทามติ 8 เดือนโรดแมปต้องชัดเจน กฤษฎีกาส่งร่าง พรบเลือกตั้งท้องถิ่นให้ กกตรับฟังความเห็นแล้ว คาดประกาศใช้ปลายปี ส่อเลื่อนเลือกตั้งท้องถิ่นหลังระดับชาติช่วงเดือน พค62 วิษณุ โบ้ยอยู่นอกเหนือการควบคุม เมื่อวันอาทิตย์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช) ให้สัมภาษณ์ ว่า การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปีหน้าภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ จะมีพรรคการเมืองได้คะแนนเสียงเข้าไปในสภาหลายพรรค กระจัดกระจายไม่ต่ำกว่า 10 พรรค จึงเป็นโอกาสของทุกพรรคที่จะมีโอกาสได้เข้าไปทำงาน จึงเชื่อว่ารัฐบาลในสมัยหน้าจะต้องเป็นรัฐบาลผสมหลายพรรค และไม่มีทางที่พรรคการเมืองเดียวจะตั้งรัฐบาลได้ ดังนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาติ เพราะการเลือกตั้งแบบนี้ไม่มีพรรคใดได้เสียงเบ็ดเสร็จเด็ดขาด จึงต้องพยายามประนีประนอมรอมชอมรวบรวมเก้าอี้ให้ได้มากที่สุด ส่วนที่เคยมีแกนนำ กปปสประกาศว่าจะไม่ร่วมกับระบอบทักษิณ นายเอนกย้อนถามว่า ระบอบทักษิณหมายถึงอะไร หากหมายถึงอะไรที่ผิดกฎหมายไม่ถูกต้อง ก็ไม่ต้องเรียกชื่อว่าเป็นระบอบอะไรก็ไม่สามารถทำงานด้วยได้ แต่หากกับพรรคเพื่อไทยที่ตั้งต้น ณ เวลานี้ ยังไม่ได้ทำอะไรที่ผิดพลาดเลย ก็ไม่ถือว่าเป็นศัตรูโดยกำเนิด และจะต้องดูท่าทีกันต่อไป ทั้งนี้ ไม่ควรผูกใจเจ็บเป็นศัตรูกันเหมือนกรณีเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ เพราะสุดท้าย ณ วันหนึ่งจำเป็นที่จะต้องลืมและให้อภัยกัน แต่ย้ำว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามหลักของกฎหมาย พร้อมทำงานกับทุกฝ่ายมากที่สุด เพราะสถานการณ์ทำให้เราต้องทำอย่างนั้น มันเหมือนถ้วยกระเบื้องที่แตกร้าว ถ้าเราพูดว่าพยายามเอาถ้วยที่แตกร้าวมาต่อให้เป็นถ้วยเดิมคงไม่ผิด แต่เวลาต่อ บางชิ้นอาจจะไม่เอา บางชิ้นอาจต้องเอาของใหม่มา ต้องไปดู ณ จุดเกิดเหตุ นายเอนกกล่าว นายเอนกยอมรับว่าเป็นไปได้ที่จะมีการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง และเชื่อว่าทุกคนล้วนแต่ต้องการให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ เพราะไม่ใช่เรื่องสนุกที่ในประเทศจะมีการแบ่งกันเป็น 2 ฝัก 2 ฝ่าย ทำได้ทั้งนั้น คอมมิวนิสต์ในป่ายังเอามาเป็นพวกได้ แล้วนี่หนักหนาอะไรกัน ทำไมต้องแข็งกันอย่างนี้ ขนาดเกาหลีเหนือเกาหลีใต้รบกันจนคนตายฝ่ายละล้าน ยังคืนดีกันได้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับนายคิม จองอึน ประธานาธิบดีเกาหลีเหนือยังคืนดีกันได้ ขนาดมีการฆ่ากันตายฝ่ายละหลายแสนคน ทำไมถึงคิดกันไม่ออก ส่วนคนที่สูญเสีย ก็ต้องเยียวยากันไป แต่จะมาบอกว่าไม่ให้ลืม แล้วทุกคนต้องฆ่ากันต่อไป ก็ไม่เป็นธรรมอีก นายเอนกกล่าว สำหรับกรณีที่มีเสียงสนับสนุน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกนั้น นายเอนก กล่าวว่า เป็นสิทธิของคนที่สนับสนุน ในส่วนของพรรคยังไม่ชัดว่าจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ บัญชีรายชื่อ เพราะยังไม่เห็นอะไร และยังไม่ทราบว่า พลอประยุทธ์จะยอมลงสมัครหรือไม่ก็ยังไม่ทราบ และส่วนตัวก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค หากจำเป็นก็ต้องทำให้ได้ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ต้องเชื่อว่าการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศไว้ เพราะยังไม่มีอย่างอื่นที่ทำให้โรดแมปต้องเคลื่อน ส่วนความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเกิดรัฐบาลแห่งชาตินั้น เมื่อการเลือกตั้งเกิดขึ้นแล้วจะมีปัญหาหลังเลือกตั้ง คือการตั้งรัฐบาลไม่ได้สูตรรัฐบาลก็ไม่รู้จะเอาใครผสมกับใครก็มีปัญหาทั้งนั้น ส่วนรัฐบาลแห่งชาติไม่น่าเกิดขึ้น เพียงแต่เราไม่รู้จะเอาพรรคไหนรวมกับพรรคไหน ส่วนทางออกควรจะเป็นอย่างไรนั้น คงพูดไม่ได้ แต่คอยดูก็แล้วกันว่าตั้งรัฐบาลยาก ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช) กล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งจะรวบรวมเสียง สสและ สวให้ได้ 376 เสียง เพื่อทำประชามติจัดตั้ง สสรร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยฉีกรัฐธรรมนูญปัจจุบันทิ้งไป เพราะเป็นผลพวงของเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย ว่าผู้พูดควรชี้ให้ชัดว่าบทบัญญัติใดที่ไม่เป็นประชาธิปไตยควรแก้ไข ด้วยเหตุใด การพูดแบบนี้เป็นการเหมารวมเข่งอย่างไม่ยุติธรรมต่อประชาชน 168 ล้านคนที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และถ้าเกิดฉีกได้แล้วร่างได้ขึ้นมาจริงๆ คิดหรือว่าจะไม่มีคนอื่นมาฉีกใหม่มาร่างใหม่อีกพทขอฉันทามติ 8 เดือน นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท) กล่าวถึงกรณีหลายพรรคการเมืองกังวลเรื่องระบบไพรมารีโหวตว่า การเลือกตั้งขั้นต้นที่เรียกว่าไพรมารีเป็นกุญแจสำคัญของการปฏิรูปพรรคการเมืองและการพัฒนาประชาธิปไตย โดยการเพิ่มสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกพรรคให้มีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้สมัคร สส เพื่อให้สมาชิกพรรคมีความเป็นเจ้าของพรรคและ สสของพรรคมากขึ้น ยังเป็นการช่วยให้พรรคการเมืองพ้นจากการถูกครอบงำของกลุ่มผลประโยชน์และนักการเมืองกังฉิน หากต้องการปฏิรูปการเมืองให้บังเกิดผล ต้องเริ่มจากระบบไพรมารี หวังว่าพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่จะช่วยกันขับเคลื่อนระบบไพรมารีในการเลือกตั้งครั้งหน้า แม้จะยากและต้องสละอำนาจของผู้บริหารพรรคหรือกลุ่มผลประโยชน์ให้กับสมาชิกพรรคก็ต้องทำ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงที่ประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งเสนอ 3 ทางออก ให้ใช้ พรบ, พรก และ ม44 แก้ปัญหาการจัดการเลือกตั้ง ว่า ความจริงว่าปัญหานี้มีจุดกำเนิดมาจาก คสชทั้งสิ้นถ้า คสชตัดสินใจแก้ปัญหาถูกวิธี ก็มีโอกาสที่ทุกอย่างจะเดินหน้าไปตามโรดแมป แต่ถ้าแก้ปัญหาไม่ถูกวิธี ก็มีโอกาสที่ปัญหาจะบานปลายออกไปกลายเป็นวัวพันหลักจนยากต่อการแก้ไข และอาจสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก การหาทางออกเพื่อให้มีการเลือกตั้งภายในเดือน กพ2562 จึงเป็นความรับผิดชอบของ คสชโดยตรง ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล คสช เพราะการพบปะพูดคุยกันจะสามารถสร้างความเข้าใจก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่าการหันหลังให้กัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงผลการหารือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเลือกตั้ง โดยเตรียมเสนอ 4 ประเด็นปัญหาให้นายกฯ และ คสชหาทางออกว่า จนถึงขณะนี้ประชาชนก็ยังต้องพิสูจน์ความจริงใจในการนำพาประเทศกลับเข้าสู่การเลือกตั้งของรัฐบาล คสชต่อไป การที่ยังไม่ยอมปลดล็อก และพยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ที่จะทำให้พรรคการเมืองขยับไม่ได้นั้น เป็นการทำเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเองหรือไม่ ถ้ารัฐบาล คสชมั่นใจว่ามีผลงาน กลัวอะไรกับการไปให้ประชาชนตัดสินที่คูหาเลือกตั้ง ช่วงเวลาที่เหลือควรจะเป็นช่วงเวลาของการสร้างความชัดเจนที่จะนำประเทศไปสู่การเลือกตั้ง นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อปักหมุดการเลือกตั้งในเดือน กพปีหน้า ซึ่งเหลือเวลา 8 เดือน ประเทศควรต้องมีเป้าหมายร่วมกัน เราต้องเอาประเทศเป็นตัวตั้ง สร้างความชัดเจนแน่นอนและให้เป็นฉันทามติร่วมกัน ผู้มีอำนาจต้องป้องกันไม่ให้ 8 เดือนก่อนเลือกตั้งเป็น 8 เดือนที่คลุมเครือ ขอเสนอ 5 ทางออก 1เร่งทำให้บ้านเมืองมีความเป็นปกติ เพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งต้นปีหน้า 2ปลดล็อกให้พรรคการเมืองสามารถทำหน้าที่ของตนได้ 3ยกเลิกคำสั่งที่ 3/58 ให้คนมีเสรีภาพชุมนุมทางการเมืองได้ 4ยกเลิกคำสั่งที่ 53/60 เพื่อให้พรรคการเมืองทำหน้าที่และดำเนินการต่างๆ ตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ 5 สร้างฉันทามติว่าการเลือกตั้งต้นปีหน้าจะต้องเสรี เป็นธรรม มีความน่าเชื่อถือ ต้องไม่มีการเอาเปรียบทางการเมือง และสร้างความเสียเปรียบให้ฝ่ายใด และควรมีการประกาศว่าจะไม่ใช้อำนาจตาม ม44 ที่จะกระทบการเลือกตั้งเลือกตั้งท้องถิ่น พค62 วันเดียวกัน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) เผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติ (พรบ)การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พศ ซึ่งเป็นร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) พิจารณาแล้ว และส่งให้ กกตรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ โดยมีทั้งหมด 141 มาตรา ซึ่งจะมีการรับฟังความคิดเห็นประมาณ 30 วัน และหลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้วเสร็จ กกตจะนำมาพิจารณาอีกครั้ง และคาดว่าในช่วงเดือนกรกฎาคม จะสามารถส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) พิจารณาต่อไป โดยในขั้นตอนนี้ สนชมีกรอบเวลาในการพิจารณา 60 วัน ก่อนจะทำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งจะมีกรอบเวลาอีก 90 วัน ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่า พรบการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น จะประกาศใช้ได้ภายในเดือนธันวาคม 2561 แต่จะยังไม่สามารถจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เพราะระยะเวลากระชั้นชิดกับการเลือกตั้ง สส ตามโรดแมปที่รัฐบาลประกาศไว้ และ กกตได้เสนอว่า การเลือกตั้งระดับชาติและการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นควรมีการเว้นระยะห่างกันประมาณ 3 เดือน ดังนั้นจึงมีการคาดการณ์ว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นจะเกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 โดยจะมีการเลือกตั้งก่อน 3 ส่วน คือ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัด 77 จังหวัด ขณะที่องค์กรบริหารส่วนตำบลและเทศบาล จะต้องมีกระบวนการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ให้แล้วเสร็จก่อน สำหรับเนื้อหาของร่าง พรบการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ ส่วนใหญ่คล้ายคลึงกับร่าง พรบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พศ2545 แต่มีส่วนที่ปรับแก้ตามข้อเสนอของ กกต เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ 2560 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อาทิ การกำหนดให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้ง การกำหนดให้ กกตสามารถประกาศผลการเลือกตั้งไปก่อน และสามารถสืบสวนหรือวินิจฉัย เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือกรณีเห็นว่าในการจัดเลือกตั้งมีการกระทำการไปในทางที่อาจเกิดความเสียหายแก่การจัดเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกตหรือกรรมการ กกตอาจมีคำสั่งให้ระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตามที่เห็นสมควร ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัคร หากมีการใช้จ่ายเกินค่าใช้จ่ายที่กำหนด กกตสามารถยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นได้ นอกจากนั้น ในการหาเสียงยังห้ามทำการโฆษณาด้วยการจัดมหรสพรื่นเริงต่างๆ ขณะเดียวกัน หากผู้บริหารหรือสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอนุมัติโครงการที่มีลักษณะจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งภายใน 90 วัน ก่อนครบวาระหรือก่อนลาออก ให้ถือว่าเป็นการกระทำฝ่าฝืนข้อห้าม เว้นแต่โครงการลักษณะบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติ และการอำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการและทุพพลภาพหรือผู้สูงอายุในการออกเสียง ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการประจำหน่วย นอกจากนี้ ยังมีการแก้ไขที่น่าสนใจ อาทิ กรณีการหาเสียงโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หากฝ่าฝืนหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของ กกต ให้ กกตมีอำนาจสั่งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ไขหรือลบข้อมูลได้ทันที หรือในกรณีที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้สมัครแล้ว เป็นเหตุให้ต้องเลือกตั้งใหม่ ให้ศาลอุทธรณ์สั่งให้ผู้นั้นจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับการเลือกตั้งใหม่ ตามประมาณการที่ กกตแถลงต่อศาล หรือกรณีที่ไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเลือกตั้งโดยได้คะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่เลือกผู้ใด ให้มีการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยที่ผู้สมัครรายเดิมไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นต้น ขณะที่บทกำหนดโทษ อาทิ การทำเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครคนใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี และหากเป็นการแจ้งหรือให้ถ้อยทำต่อ กกตเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และหากการกระทำดังกล่าวหัวหน้าพรรคการเมืองรู้เห็นเป็นใจหรือสนับสนุน ให้ถือว่าพรรคการเมืองนั้นกระทำการอันอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ ตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง การติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่ กกตกำหนด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นยังให้ กกตมีอำนาจกันบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดไว้เป็นพยาน และไม่ดำเนินคดีก็ได้ เป็นต้นนอกเหนือการควบคุม นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้วเสร็จไปแล้ว 1 ฉบับคือ ร่าง พรบการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ ซึ่งทั้ง กกตและคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังรับฟังความเห็นอยู่ ส่วนที่เหลืออีก 5 ฉบับ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ร่างเอาไว้นานแล้ว ขณะนี้กำลังเอามาดูอีกรอบ เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยและ กกตได้เสนอเพิ่มเติมมานิดหน่อย เป็นเรื่องคุณสมบัติต่างๆ รวมทั้งจะสอบถามความเห็นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเอามาปรับให้ตรงและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวและคาดการณ์ว่าเลือกตั้งท้องถิ่นได้ในเดือน พค62 ว่า ตนไม่มีความเห็น เพราะว่าข้อเท็จจริงกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นมีจำนวน 6 ฉบับ และจะต้องนำเข้าสู่การพิจารณา สนชพร้อมกันทั้ง 6 ฉบับ ซึ่งขณะนี้บางฉบับยังไม่เสร็จ ส่วนที่ กกตนำร่าง พรบดังกล่าวที่เสร็จแล้วไปรับฟังความเห็นก่อนสามารถทำได้ เพื่อเป็นการทุ่นเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลบอกจะจัดเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้งระดับชาติ นายวิษณุ กล่าวว่า เดิมเราคิดกันไว้อย่างนั้น แต่ทีนี้จะเสร็จหรือไม่ มันอยู่นอกเหนือการควบคุม ขณะนี้เข้าใจว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาอยู่ ซึ่งหากฉบับใดเสร็จแล้วสามารถนำไปทยอยรับฟังความคิดเห็นได้ก่อน และไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะให้ส่ง สนชพิจารณาได้ในเดือนไหน ต้องรอให้กฎหมายมาถึงรัฐบาลก่อนถึงจะรู้ เรื่องนี้ กกตระบุว่าไม่อยากให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนหรือหลังการเลือกตั้งระดับชาติ ที่มีระยะเวลาห่างกันน้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งควรจะทิ้งระยะเวลาไว้สัก 3 เดือน นายวิษณุกล่าว เมื่อถามย้ำว่า แม้จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทีหลังการเลือกตั้งระดับชาติ ก็ไม่ส่งผลกระทบใช่หรือไม่ ด้านนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรม สถมีส่วนร่วมในการเป็นตัวแทนของกระทรวงไปร่วมแสดงข้อคิดเห็น และร่วมประชุมพิจารณาร่างกฎหมายท้องถิ่นทั้งสิ้น 6 ฉบับ โดยร่างแรกคือร่างการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นฯ เป็นร่างที่ กกตเสนอปรับแก้มากที่สุด คือเกือบทั้งฉบับ ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการปรับแก้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้เป็นขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่หลายช่องทาง ทั้งส่งโดยตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด นายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล นายกสมาคม อบจ นายกฯ สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน โดยกำหนดระยะเวลาว่าภายในวันที่ 27 มิยนี้ ให้ส่งความเห็นกลับมาเพื่อเข้าสู่คณะกรรมการอีกครั้งหนึ่ง อธิบดี สถกล่าวว่า โอกาสนี้เชิญชวนทุกท่าน จะเข้าไปในเว็บไซต์ของ กกตของ สถ หรือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ความเห็น ส่วนอีก 5 ฉบับอยู่ระหว่างการดำเนินการ คือ พรบจัดตั้งเทศบาล อบต อบจ เมืองพัทยา และ กทม ขณะนี้ที่ กมธกำลังพิจารณาอยู่เป็นส่วนของ อบต ซึ่งพิจารณาเกือบหมดแล้ว เมื่อพิจารณาครบแล้วก็จะดำเนินการรับฟังความเห็นอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ กฎหมายทั้ง 5 ฉบับคิดว่าจะไม่ล่าช้า เพราะฉบับที่ใช้เวลานานที่สุดเสร็จแล้ว หาก ครมเห็นชอบแล้วก็จะเข้าสู่สภาเสนอเป็นกฎหมายออกมา ไม่ทราบว่าจะเลือกตั้งก่อนเลือกตั้งใหญ่หรือเลือกหลังเลือกตั้งใหญ่ แต่หากดู หากจะเลือกก่อนกฎหมายก็มีโอกาสเสร็จ เชื่อว่าจะเลือกก่อนหรือหลัง กกตท่านพร้อมอยู่แล้ว กรมเราซึ่งเป็นหน่วยสนับสนุนก็ต้องพร้อม นายสุทธิพงษ์กล่าว...

จี zhenduo

สนาม: 39 สุขภาพสุทธิ

บทนำ:พลตอเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ประชาชนทุกท่านสามารถช่วยกันแจ้งเบาะแสเกี่ยวการเล่นพนันฟุตบอลได้ที่ หมายเลข 1599 หรือ ศูนย์ 191 ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

slot วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618
m9a | <动态当天时间> | อ่าน(178) | แสดงความคิดเห็น(565)
บิ๊กป้อม สั่งปราบเข้มยาเสพติด หวั่นฉวยโอกาสช่วงคนเพลินบอลโลกเร่งลำเลียงเข้าไทย เผยครึ่งเดือนแรกจับยาบ้า 50 ล้านเม็ด ไอซ์พัน กก เฮโรอีนอีกจำนวนมาก เมื่อวันที่ 17 มิถุนายนนี้ พลทคงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมวกลาโหม ได้กล่าวชื่นชมและเป็นกำลังใจกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการร่วมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจัง ทั้งพื้นที่ชั้นในและพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ติดตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการต้น มิย61 เป็นเวลา 15 วัน สามารถจับกุมและยึดยาเสพติด เป็นยาบ้ากว่า 50 ล้านเม็ด ยาไอซ์เกือบ 1,000 กิโลกรัม รวมทั้งยึดสารตั้งต้นและเฮโรอีนจำนวนมาก ซึ่งในภาพรวมสถานการณ์แพร่ระบาดยาเสพติดยังเป็นที่กังวลของสังคม จากผลการจับกุมและยึดยาเสพติดได้ปริมาณครั้งละมากๆ ระหว่างการลำเลียงในพื้นที่ภาคเหนือ จเชียงรายและลำปาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จขอนแก่นและบึงกาฬ และพื้นที่ภาคกลาง กทม และพระนครศรีอยุธยา พลทคงชีพกล่าวว่า พลอประวิตรย้ำว่ายาเสพติดยังเป็นภัยตกค้างทางสังคมที่เป็นปัญหาสำคัญและจำเป็นต้องเร่งสะสางร่วมกันต่อไป โดยกำชับขอให้ฝ่ายความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ยังคงปฏิบัติงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ทั้งการเฝ้าระวังและการสกัดกั้น รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่อาจเป็นช่องว่างให้มีการเคลื่อนย้ายและจำหน่ายยาเสพติดปริมาณมากๆ โดยให้ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติการเข้มทั้งพื้นที่นอกประเทศ พื้นที่ชายแดนและพื้นที่ชั้นใน ในการติดตามเชื่อมโยงเครือข่าย ทั้งแหล่งผลิต เส้นทางลำเลียง พื้นที่พักคอย และแหล่งกระจายยาเสพติด โดยต้องบังคับใช้กฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่มีละเว้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ในฐานะพนักงานฝ่ายปกครอง มีบทบาทร่วมกันมากขึ้นในการดูแลสะสางปัญหายาเสพติด และปัญหาบ่อนการพนันในพื้นที่ เพื่อร่วมกันปกป้องมิให้ยาเสพติดและการพนันแพร่ระบาด ทำลายลูกหลานและเยาวชนที่จะเป็นพลังและอนาคตของชาติ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง สำรวจความตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อความสนุก หรือตั้งใจเล่นทายพนันบอล กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวน 1,189 ตัวอย่าง พบว่า ร้อยละ 893 ตั้งใจเชียร์บอลโลกเพื่อสนุก มากกว่าจะเล่นทายพนันบอลที่มีอยู่เพียงร้อยละ 107 นอกจากนี้ เมื่อถามถึงความเป็นห่วงคนที่ติดตามชมเชียร์บอลโลกในเรื่องใดบ้าง พบ 5 อันดับแรก ได้แก่ ร้อยละ 680 เป็นห่วงคนเชียร์บอลโลกเรื่องการอดนอน เสียสุขภาพ รองลงมาคือ ร้อยละ 484 เป็นห่วงเรื่องการเล่นทายพนันบอล ร้อยละ 312 เป็นห่วงเรื่องการเสียงาน เสียการเรียน ร้อยละ 297 เป็นห่วงเรื่องหนี้พนัน และร้อยละ 143 เป็นห่วงเรื่อง การดื่มเหล้า เบียร์ ตามลำดับ【อ่านข้อความเต็ม】
u6p | <动态当天时间> | อ่าน(402) | แสดงความคิดเห็น(749)
18มิย61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเกิดฝนตกหนัก ลมพัดกระโชกอย่างรุนแรงต่อเนื่อง ทำให้ต้นไม้จำนวนมากล้มทับบ้านเรือนเสียหายหลายหลังในพื้นที่ หมู่ 1,2 และหมู่ที่ 5 ตกงหรา อกงหรา จพัทลุง ได้รับความเสียหายประมาณ 50 หลังคาเรือน และต้นยางพารา ไม้ผล ถูกลมพัดล้มเสียหายเป็นจำนวนมาก【อ่านข้อความเต็ม】
lpc | <动态当天时间> | อ่าน(867) | แสดงความคิดเห็น(11)
ที่เตรียมตัวบุกไทยอีกครั้งพร้อมกับเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเขา ภายใต้ชื่อ Wanna One World Tour ONE : THE WORLD in Bangkok และหลังจากที่ได้เปิดให้จับจองบัตรอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรงจาก ไทยวอนนาเบิล (WANNABLE/ชื่อทางการของแฟนคลับ) ทั่วประเทศ ณ นาทีนี้บัตรคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบการแสดงถูกจับจองเต็มทุกที่นั่งแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
lh5 | <动态当天时间> | อ่าน(652) | แสดงความคิดเห็น(869)
กรีซ-มาซิโดเนีย ลงนามข้อตกลงเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น มาซิโดเนียเหนือ 17 มิถุนายน พศ 2561 เวลา 22:25 น รัฐบาลกรีซและมาซิโดเนียลงนามความตกลงเบื้องต้นฉบับประวัติศาสตร์ ที่ยอมรับการเปลี่ยนชื่อประเทศของมาซิโดเนียใหม่ เป็นสาธารณรัฐมาซิโดเนียเหนือ ยุติความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน 2 ชาตินี้มาตั้งแต่ปี 2534 ขณะชาวกรีกที่ไม่พอใจชุมนุมประท้วงรัฐบาล【อ่านข้อความเต็ม】
rcf | <动态当天时间> | อ่าน(672) | แสดงความคิดเห็น(582)
ที่เตรียมตัวบุกไทยอีกครั้งพร้อมกับเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของพวกเขา ภายใต้ชื่อ Wanna One World Tour ONE : THE WORLD in Bangkok และหลังจากที่ได้เปิดให้จับจองบัตรอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรงจาก ไทยวอนนาเบิล (WANNABLE/ชื่อทางการของแฟนคลับ) ทั่วประเทศ ณ นาทีนี้บัตรคอนเสิร์ตทั้ง 2 รอบการแสดงถูกจับจองเต็มทุกที่นั่งแล้ว【อ่านข้อความเต็ม】
h5s | 2021-09-21 | อ่าน(438) | แสดงความคิดเห็น(465)
เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
x6y | 2021-09-21 | อ่าน(318) | แสดงความคิดเห็น(797)
ด้านนาวาอากาศโทสุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท เปิดเผยว่าปี 2561 สนามบินดอนเมืองจะมีรายได้สูงกว่าที่ผ่านมาเนื่องจากการรับรู้รายได้ 9 เดือนของกิจกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินอย่างคิงเพาเวอร์ นอกจากนี้ปริมาณผู้โดยสารต่างชาติยังเติบโตต่อเนื่องหลังจากปลดธงแดง ดังนั้นจึงคาดว่าการรับรู้รายได้ตลอดปีจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ตามจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยใน 6 เดือนแรกที่ผ่านมาของปีนี้พบว่าปริมาณผู้โดยสารขยายตัว 20% โดยเฉพาะช่วงหน้าท่องเที่ยวไฮซีซั่นที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารวันละ 160,000คน ทำให้คาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2561 สนามบินดอนเมืองจะมีผู้โดยสาร 40 ล้านคนอย่างไรก็ตามหลังจ่กปลดธงแดงไอเคโอตั้งแต่เดือนตค 2560 พบว่าผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นทันที 40% จากเดิมเฉลี่ยวันละ 98,000 เพิ่มเป็น 120,000-140,000 คนต่อวัน ทั้งนี้จากรายงานปริมาณผู้โดยสารพบว่าตั้งแต่ 1 ตค 2560- 15 มิย 2561มีปริมาณผู้โดยสารทั้งหมด 2764 ล้านคน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ 106 ล้านคนและนักท่องเที่ยวชาวไทย 17 ล้านคน ขยายตัว 105% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นเพิ่มขึ้น 25% จากปัจจัยสนับสนุนด้านการเปิดเส้นทสงบินระหว่างประเทศหลังจากปลดธงแดง【อ่านข้อความเต็ม】
ggy | 2021-09-21 | อ่าน(870) | แสดงความคิดเห็น(485)
ตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งระดมทุนสร้าง ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร รพราชวิถี พร้อมจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้งบกว่า 200 ล้านบาท เมื่อเวลา 0545 น วันที่ 17 มิถุนายนนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ) นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นพเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพวชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย และ นพมานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ร่วมเปิดงาน โครงการเดิน-วิ่งการกุศล ราชวิถีมินิมาราธอน 2018 เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยมีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งเป็นระยะทาง 105 กิโลเมตรด้วย นพมานัสกล่าวว่า การจัดโครงการเดิน-วิ่งดังกล่าว เพื่อก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพราชวิถี และการจัดหาครุภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจากคุณตูน ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลและสัญลักษณ์ของการออกกำลังกายมาร่วมวิ่งภายในงานด้วย สำหรับการก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องฯ และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องใช้งบประมาณราวกว่า 200 ล้านบาท โดยจะเน้นในการจัดหาคือ กล้องที่ใช้ในการส่องตามระบบทางเดินอาหารต่างๆ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงการส่องกล้องทางทวาร ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุน สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เท่าที่ทราบมีรายได้ประมาณ 7-8 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมวิ่งนั้น ตามกำหนดคือประมาณ 5,000 คน มีผู้ติดต่อเข้ามาหลังปิดรับสมัครประมาณ 6,000 คน สำหรับประชาชนที่สนใจในการร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องฯ มีอีกหลายช่องทางในการบริจาค เช่น เว็บไซต์โรงพยาบาลราชวิถี wwwrajavithigoth/ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และในเร็วๆ นี้จะมีการรับบริจาคผ่านแอปพลิเคชันในการบริจาคแบบออนไลน์ หรือเข้ามาติดต่อด้วยตนเองที่โรงพยาบาลก็ได้ ด้าน ตูน บอดี้สแลม กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลราชวิถี ที่ให้เกียรติตนเป็นหนึ่งในนักวิ่งรายการนี้ ซึ่งก็ดีใจและมีความสุขที่จะได้มาวิ่งร่วมกับทุกคน ทั้งนี้ หลายคนเวลาเจอตนมักจะทักว่า เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย เพราะอาจเห็นว่าตนมีกิจกรรมเยอะ ซึ่งอยากจะบอกว่า หากทุกคนคิดว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนก็จะมีเวลากับมัน ถ้าร่างกายตัวเองเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล อย่าไปหวังพึ่งให้โรงพยาบาลดูแลอย่างเดียว ส่วนที่จะมีการวิ่งระดมทุนอีกหรือไม่นั้น ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ก็อยากทำ แต่ต้องดูรูปแบบและจังหวะของชีวิตด้วย สิ่งสำคัญที่มากกว่าเงินบริจาค คือเห็นทุกคนมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแบบนี้ นายธีรทัศน์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรเงินจากโครงการดังกล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนทั้งหมด 1,413 ล้านบาท ซึ่งได้มีการจัดสรรเงินก้อนแรกไปให้แก่ 11 โรงพยาบาลแล้วประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 113 ล้านก็จะทำการจัดสรรให้แก่โรงพยาบาล โดยอีกประมาณ 2 เดือน เราจะรวบรวมว่าทั้ง 11 โรงพยาบาลได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะทำข้อมูลสรุปมา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าทำโครงการนี้เกิดผลเป็นอย่างไรบ้าง【อ่านข้อความเต็ม】
6jx | 2021-09-21 | อ่าน(65) | แสดงความคิดเห็น(164)
พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ 【อ่านข้อความเต็ม】
hs6 | 2021-09-20 | อ่าน(496) | แสดงความคิดเห็น(832)
พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ 【อ่านข้อความเต็ม】
yym | 2021-09-20 | อ่าน(400) | แสดงความคิดเห็น(139)
เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
m4x | 2021-09-20 | อ่าน(688) | แสดงความคิดเห็น(587)
ตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งระดมทุนสร้าง ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร รพราชวิถี พร้อมจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้งบกว่า 200 ล้านบาท เมื่อเวลา 0545 น วันที่ 17 มิถุนายนนี้ กระทรวงสาธารณสุข (สธ) นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วย นพเจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ นพสุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพวชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย และ นพมานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี ร่วมเปิดงาน โครงการเดิน-วิ่งการกุศล ราชวิถีมินิมาราธอน 2018 เพื่อระดมทุนจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร อาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี โดยมีนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม ร่วมวิ่งเป็นระยะทาง 105 กิโลเมตรด้วย นพมานัสกล่าวว่า การจัดโครงการเดิน-วิ่งดังกล่าว เพื่อก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร รพราชวิถี และการจัดหาครุภัณฑ์ โดยได้รับเกียรติจากคุณตูน ซึ่งถือว่าเป็นไอดอลและสัญลักษณ์ของการออกกำลังกายมาร่วมวิ่งภายในงานด้วย สำหรับการก่อสร้างศูนย์ส่องกล้องฯ และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ต้องใช้งบประมาณราวกว่า 200 ล้านบาท โดยจะเน้นในการจัดหาคือ กล้องที่ใช้ในการส่องตามระบบทางเดินอาหารต่างๆ ตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงการส่องกล้องทางทวาร ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องลงทุน สำหรับกิจกรรมในวันนี้ เท่าที่ทราบมีรายได้ประมาณ 7-8 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมวิ่งนั้น ตามกำหนดคือประมาณ 5,000 คน มีผู้ติดต่อเข้ามาหลังปิดรับสมัครประมาณ 6,000 คน สำหรับประชาชนที่สนใจในการร่วมสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่ศูนย์ส่องกล้องฯ มีอีกหลายช่องทางในการบริจาค เช่น เว็บไซต์โรงพยาบาลราชวิถี wwwrajavithigoth/ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี และในเร็วๆ นี้จะมีการรับบริจาคผ่านแอปพลิเคชันในการบริจาคแบบออนไลน์ หรือเข้ามาติดต่อด้วยตนเองที่โรงพยาบาลก็ได้ ด้าน ตูน บอดี้สแลม กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและขอบคุณผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลราชวิถี ที่ให้เกียรติตนเป็นหนึ่งในนักวิ่งรายการนี้ ซึ่งก็ดีใจและมีความสุขที่จะได้มาวิ่งร่วมกับทุกคน ทั้งนี้ หลายคนเวลาเจอตนมักจะทักว่า เอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย เพราะอาจเห็นว่าตนมีกิจกรรมเยอะ ซึ่งอยากจะบอกว่า หากทุกคนคิดว่าการออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทุกคนก็จะมีเวลากับมัน ถ้าร่างกายตัวเองเราไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล อย่าไปหวังพึ่งให้โรงพยาบาลดูแลอย่างเดียว ส่วนที่จะมีการวิ่งระดมทุนอีกหรือไม่นั้น ถ้าทำอะไรที่เป็นประโยชน์ได้ก็อยากทำ แต่ต้องดูรูปแบบและจังหวะของชีวิตด้วย สิ่งสำคัญที่มากกว่าเงินบริจาค คือเห็นทุกคนมาออกกำลังกายและดูแลสุขภาพเบื้องต้นแบบนี้ นายธีรทัศน์ สังขทัต ณ อยุธยา ผู้จัดการโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดสรรเงินจากโครงการดังกล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนทั้งหมด 1,413 ล้านบาท ซึ่งได้มีการจัดสรรเงินก้อนแรกไปให้แก่ 11 โรงพยาบาลแล้วประมาณ 1,300 ล้านบาท ส่วนเงินที่เหลืออีกกว่า 113 ล้านก็จะทำการจัดสรรให้แก่โรงพยาบาล โดยอีกประมาณ 2 เดือน เราจะรวบรวมว่าทั้ง 11 โรงพยาบาลได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง ซึ่งทางโรงพยาบาลก็จะทำข้อมูลสรุปมา เพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าทำโครงการนี้เกิดผลเป็นอย่างไรบ้าง【อ่านข้อความเต็ม】
xwd | 2021-09-20 | อ่าน(274) | แสดงความคิดเห็น(683)
แอนเจโล นิโคโล ซึ่งมาเที่ยวเทศกาลนี้กับพี่ชาย บอกกับสื่อสหรัฐว่า พวกเขาได้ยินเสียงปังหลายนัด แล้วผู้คนก็พากันวิ่งไปตามถนน ตัวเขาเห็นตำรวจ 2 นายพยุงชายคนหนึ่งที่โดนยิงขา ปฐมพยาบาลเขาแล้วพาเขาออกไป【อ่านข้อความเต็ม】
4ji | 2021-09-19 | อ่าน(148) | แสดงความคิดเห็น(812)
เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์ประสานเสียงรุมสับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พิชัย เชื่อจะสร้างปัญหาให้ประเทศในอนาคต อัด คสชเอาอนาคตชาติมาเสี่ยง นิพิฏฐ์ ดับฝันพวกจ้องฉีก กม-พิมพ์เขียวยุทธศาสตร์ฯ เชื่อ สวลากตั้ง 250 คนบล็อกสุดตัว นายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีต รมวพลังงาน กล่าวว่า ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี ที่บังคับรัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตาม จะเป็นปัญหาของประเทศ ถึงขนาดอาจทำให้ประเทศลงเหวได้ อยากให้คิดง่ายๆ ว่าเอาคนที่ฉลาดที่สุดในโลก 10 คนมาถาม เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าตอบว่าอีก 20 ปีข้างหน้าโลกจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลและ คสชจะมีความรู้สู้พวกเขาเหล่านั้นได้หรือไม่ จึงจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่รัฐบาลอนาคตต้องปฏิบัติตาม และห้ามเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ไม่อยากให้รัฐบาลและ คสชสร้างปัญหาให้กับประเทศเพิ่มขึ้นอีก แค่รัฐธรรมนูญนี้ก็มีปัญหามากมายอยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำได้ยาก หรืออาจทำไม่ได้เลย ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่อยู่แล้ว ยังจะมาทำยุทธศาสตร์ 20 ปีที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ก็จะยิ่งเป็นปัญหาเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งจะมีการเลือกตั้งอยู่แล้วในต้นปีหน้า แกนนำพรรคเพื่อไทยกล่าวต่อไปว่า การกำหนดอนาคตของประเทศน่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ประชาชนเลือกมามากกว่า ถ้าหากดูผลงาน 4 ปีที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นว่ารัฐบาลและ คสชทำให้ประเทศดีขึ้น แถมยังอาจเห็นว่าทำแย่ลง ขนาดทำมา 4 ปียังแย่ขนาดนี้ แล้วจะมากำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี จะไม่ยิ่งย่ำแย่ไปกันใหญ่หรือ จะให้กลุ่มคนที่บริหารประเทศล้มเหลวมากำหนดอนาคตให้กับประเทศได้อย่างไร ไม่อยากให้เอาอนาคตของประเทศมาเสี่ยงกับการจะใช้ยุทธศาสตร์ 20 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะเรื่องปัญหาปากท้องของพี่น้องที่มีรายได้น้อยจะยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีก ทั้งนี้ อยากขอเตือนว่า สภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริงไม่ได้ดีอย่างที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจพยายามออกมาเกลี้ยกล่อมให้คนเชื่อ แม้ตัวเลขจะดีขึ้นบ้าง แต่ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะมากระเตื้อง ซึ่งในระหว่าง 4 ปีนี้ ประชาชนลำบากกันอย่างมากแล้ว เศรษฐกิจไม่ได้ดีตลอด 4 ปีอย่างที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าใจหรืออาจได้รับรายงานมาผิดๆ อีกทั้งยังมีปัญหาและความเสี่ยง ซึ่งตอกย้ำเรื่องรวยกระจุกจนกระจาย เช่น หนี้เสียในระบบธนาคารที่ยังเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูง การว่างงานมีมากขึ้นถึงกว่า 470,000 คน โดยเฉพาะระดับปริญญาตรี ว่างงานถึงกว่า 17 แสนราย และพวกเขาคงไม่ได้เลือกงานอย่างที่ พลอประยุทธ์ตำหนิ ยอดลงทุนการตั้งโรงงานใน 5 เดือนของปีนี้ กลับลดลงถึง 2616% สวนทางกับยอดขอส่งเสริมการลงทุนที่นายสมคิดคุยนักคุยหนาว่ามียอดเพิ่มขึ้น ซึ่งแปลว่ามีแต่ยอดขอส่งเสริมแต่ไม่ได้มีการลงทุนจริง และการลงทุนของต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์ที่นายสมคิดชอบอ้างถึง กลับมียอดการเทขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติกว่า 16 แสนล้านบาท ตลอด 5 เดือนของปีนี้ และระยะหลังนี้ยิ่งมียอดการเทขายสุทธิหนักมาก พร้อมกับดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ทรุดลง ซึ่งแสดงถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อรัฐบาลและสถานการณ์ของประเทศใช่หรือไม่ จึงอยากให้นายสมคิดได้ออกมาอธิบายด้วย หรือนายสมคิดจะบอกว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถโตได้เองโดยไม่พึ่งต่างชาติอีก เหมือนที่เคยบอกในปีแรกๆ เวิลด์แบงก์ได้เตือนว่าเศรษฐกิจโลกอาจจะตกต่ำลงได้ใน 1-2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งไทยเองก็จะต้องระวัง และเวิลด์แบงก์ยังเตือนอีกว่า ถึงแม้ปีนี้ไทยจะขยายตัวได้ดีแต่ปีหน้าและปีต่อไปการเติบโตของไทยน่าจะขยายตัวได้ลดลง ซึ่งจะเป็นปัญหาได้ นายพิชัยกล่าวย้ำ ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สสบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช กล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีของ คสชเช่นกันว่า การวางยุทธศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และมีความจำเป็น แต่มองว่ายุทธศาสตร์ชาติต้องกำหนดเอาไว้แบบกว้างๆ เพื่อให้สามารถยืดหยุ่นได้ แต่การวางยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาลและ คสชที่มีการกำหนดไว้เพื่อให้รัฐบาลต่อๆ ไปต้องปฏิบัติตาม ห้ามออกนอกกรอบกำหนด และหากไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษ ถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และถือว่าจะมีผลกระทบต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างแน่นอน อีกทั้งจะมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน เหมือนมัดมือประชาชน โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน เทคโนโยลีก้าวหน้าไปโดยไร้ขีดจำกัด ยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้จะก้าวทันโลกอนาคตได้ขนาดไหน เปรียบเหมือนเต่าที่กำลังนอนฝันว่าตัวเองวิ่งเร็วเหมือนกระต่าย และพอตื่นขึ้นมาก็ยังคิดว่าตัวเองเป็นกระต่ายอยู่ ลืมตัวไปว่าตัวเองเป็นเต่า นายก่อแก้วกล่าว เช่นเดียวกับความเห็นของคนในพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แผนยุทธศาสตร์ชาติจะเป็นปัญหาของรัฐบาลใหม่ แม้ผู้ร่างจะบอกว่าสามารถแก้ไขได้ใน 5 ปี หากเกิดสถานการณ์ใดขึ้นมาก็ตาม แต่ความยากอยู่ตรงที่เป็นกฎหมาย เมื่อจะแก้ไข จะต้องเสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งกรณีของสภาผู้แทนฯ คิดว่าคงไม่เท่าไหร่ แต่จะผ่านวุฒิสภาหรือไม่นั้น ตรงนี้คือปัญหา เพราะวุฒิสภาชุดใหม่มาจากการเลือกตั้งของ คสช และยุทธศาสตร์ชาติเป็นผลผลิตของ คสช จนเกิดคำถามว่า วุฒิสภาชุดดังกล่าวจะยอมให้แก้ไขหรือไม่ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มรังสิต ให้ความเห็นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ประเทศไทยควรจะมียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาประเทศคล้ายๆ กับเป็นวิสัยทัศน์แห่งชาติ ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วหลายประเทศส่วนใหญ่ก็มีแผนยุทธศาสตร์และเป้าหมายที่ชัดเจน แต่ประเด็นปัญหาที่ควรจะถกแถลงกันในขณะนี้หลังจาก สนชรับร่างยุทธศาสตร์ชาติและมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณานั้น ควรจะถกกันถึงเนื้อหาสาระว่าขาดตกบกพร่องตรงไหน อย่างไร และจะปรับแก้อย่างไรให้สมบูรณ์ แต่ข้อท้วงติงจากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยที่น่าสนใจก็คือ การมีส่วนร่วมของสังคมในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติน้อยไป หรือเขียนโดยคนไม่กี่คน ฉะนั้นในขั้นกรรมาธิการวิสามัญของ สนช ต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจัง แต่ขณะเดียวกันก็มีความพยายามของบางฝ่ายที่จะสร้างความสับสนให้กับสังคม ว่าไม่จำเป็นต้องมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ หรือถึงขั้นโจมตีว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติเป็นเครื่องมือของกลุ่มอำนาจนั้น ส่วนตัวผมคิดว่าไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นและถ้าในหลักการเราเห็นความจำเป็นของการมีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ควรจะอ่านเนื้อหาสาระเสียก่อน แล้วมาดูกันว่าต้องปรับแก้เพิ่มเติมตรงไหน อย่างไร โดยที่ได้อ่านร่างยุทธศาสตร์ชาติเบื้องต้นหลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ดีและน่าสนใจ ที่เราได้วางวิสัยทัศน์และเป้าหมายในการพัฒนาชาติอย่างชัดเจน แต่บางเรื่องก็จำเป็นที่ต้องทบทวนหรือปรึกษาหารือในวงกว้างเพื่อขจัดวาระซ่อนเร้นใดๆ【อ่านข้อความเต็ม】
ov4 | 2021-09-19 | อ่าน(824) | แสดงความคิดเห็น(358)
พงศ์พร เตรียมตั้งโต๊ะแถลงใหญ่ 21 มิย ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับพระ หลัง มส-พศ ถูกโจมตีหนัก สุวพันธุ์ ซัดมีหลายองค์กรเคลื่อนไหวบิดเบือนศาสนา ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ปัดปลุกระดมมวลชน โพลชี้ ปชชหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ ระบุคดีเงินทอนวัดไม่บั่นทอนความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ) แจ้งว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส) วงรอบประจำเดือน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิยนี้ พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการ พศ เตรียมจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวครั้งใหญ่ เพื่อตอบคำถาม ชี้แจงประเด็นข้อสงสัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับพระพุทธศาสนาในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เรื่องการทุจริตเงินทอนวัด การจับกุมพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง เรื่องที่ พศถูกโจมตีและกล่าวหาว่าทำลายพระพุทธศาสนา การเคลื่อนไหวและบิดเบือนข้อมูลในช่วงนี้ ตลอดจนการเคลื่อนไหวของกลุ่มองค์กรชาวพุทธต่างๆ มีรายงานด้วยว่า ในการแถลงข่าวอาจจะมีพระผู้ใหญ่ใน มสออกมาแถลงถึงเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะเกรงจะถูกมองว่าฆราวาสเข้ามาบงการคณะสงฆ์ นอกจากนี้ยังจะเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อสงสัยต่างๆ สาเหตุที่ พตทพงศ์พรต้องออกมาแถลงข่าวทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามหลบเลี่ยงหรือไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใดๆ เป็นเพราะช่วงที่ผ่านมา มสและ พศถูกโจมตีอย่างหนักมาก จนต้องออกชี้แจงบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหลังจากนี้ให้จับตาว่า พตทพงศ์พรอาจจะให้สัมภาษณ์มากขึ้น เพราะเริ่มมีการบิดเบือนข้อมูลต่างๆ จำเป็นต้องชี้แจงเป็นระยะ แหล่งข่าวจาก พศระบุ ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีองค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (อพช) ออกมาเคลื่อนไหวจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความ พรบคณะสงฆ์ การจับพระสึกก่อนมีคำพิพากษาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรเคลื่อนไหว มีกิจกรรม และความเห็นมีทั้งสอดคล้องกันและแตกต่างกัน บางองค์กรทำโพลสำรวจความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในภาพรวมจะเห็นได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่มีความห่วงใยเรื่องราวความเป็นไปของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ตนจึงอยากเห็นความถูกต้อง ความดีงาม อยากเห็นการปฏิรูปในทุกด้าน ทุกฝ่ายจึงต้องช่วยกันให้เรื่องเหล่านี้ให้เกิดขึ้นให้จงได้ มีการเคลื่อนไหวบางเรื่องที่เกี่ยวกับข้อกฎหมาย ผมคงให้ความเห็นไม่ได้ แต่ทุกฝ่ายมีสิทธิยื่นเรื่องให้องค์กรกลางตรวจสอบ แต่อยากจะบอกว่า เรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ข้อมูลข่าวสารที่มีในสังคมออนไลน์มีจำนวนมากที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง เป็นเรื่องของการบิดเบือน เช่น รัฐกำลังจะเก็บภาษีจากวัด หรือกำลังเข้าไปตรวจสอบจัดระเบียบ หรือกำลังจะใช้กฎหมายทำลายพระพุทธศาสนา หรือแม้แต่การชักชวนให้ชุมนุมกันเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ต้องเรียนว่าเรื่องเหล่านี้ไม่เป็นความจริง หลายเรื่องส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้ว เช่น สรรพากร นายสุวพันธุ์กล่าวศูนย์ฯ ปัดปลุกม็อบพระ รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลให้นโยบายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอคติ ไม่กลั่นแกล้ง ถูกคือถูก ผิดคือผิด ที่สำคัญคือให้ความเคารพคณะสงฆ์อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ถามถึงการตรวจสอบข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุนวัด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ยังคงดำเนินการต่อไปอย่างเข้มข้น ล่าสุด ได้รับรายงานว่าข้าราชการระดับสูงและระดับกลางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ 17 คน กำลังถูกสอบสวนทางวินัย และอย่างน้อย 4 คนถูกไล่ออกไปแล้ว การดำเนินการสอบสวนระดับอดีตผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการก็ยังทำอยู่ตั้งแต่เป็นข่าวในระยะต้นๆ เรื่องการทุจริตงบประมาณรัฐ จึงไม่ได้เลือกปฏิบัติแต่อย่างใด รมตประจำสำนักนายกฯ กล่าว ด้านเฟซบุ๊กศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ระบุว่า ด้วยเกิดมีปรากฏการณ์หลายกรณีที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและศรัทธาของชาวพุทธทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ชนิดที่ไม่เคยปรากกฏเช่นนี้มาก่อนในสังคมไทย แถลงการณ์ระบุว่า ในช่วงเวลาแห่งสถานการณ์ที่ผ่านมานั้น ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้แสดงความเห็นทางสื่อสาธารณะในบางโอกาส โดยยึดหลักพระธรรมวินัยและจารีตปฏิบัติ เพื่อมุ่งความถูกต้องและสันติธรรมเป็นที่ตั้ง ไม่ได้ก้าวล่วง ไม่ปลุกระดม และไม่ได้ร่วมมือกับองค์กรใดในการดำเนินการก้าวล่วง และปลุกระดมทั้งสิ้น บัดนี้ มีการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนบางสำนัก ถึงการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจากองค์กรชาวพุทธบางองค์กรว่า ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้อง ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจึงขอยืนยันว่า 1ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ในทางที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมืองโดยเด็ดขาด 2ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เป็นการปลุกระดมมวลชนมาต่อด้านสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งสิ้น หากจะมีการดำเนินการใดๆ ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยจะได้แจ้งให้ทราบต่อไป จึงออกแถลงการณ์มาเพื่อทราบทั่วกัน ท้ายแถลงการณ์ระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในโลกออนไลน์มีกระแสข่าวระบุจะมีการปลุกระดมมวลชน รวมทั้งพระสงฆ์ เพื่อมาชุมนุมและกดดันรัฐบาลในปัญหาเงินทุนวัดในวันที่ 25 มิยนี้ วันเดียวกัน นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยสำรวจระหว่างวันที่ 13-14 มิย2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง ซึ่งการสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลักของนิด้าโพล ด้วยวิธีแบบอย่างง่าย เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนด ค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 950 หนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 704 ระบุมีความโปร่งใสมาก, ร้อยละ 1824 ระบุค่อนข้างมีความโปร่งใส, ร้อยละ 4640 ระบุไม่ค่อยมีความโปร่งใส, ร้อยละ 2440 ระบุไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 392 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง, การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 8528 ระบุเห็นด้วย เพราะจะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมาร้อยละ 1296 ระบุไม่เห็นด้วย เพราะการปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่า และร้อยละ 176 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 6336 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะศรัทธาในหลักธรรมคำสอน ไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วนระบุพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 3552 ระบุมีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ, ร้อยละ 048 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 064 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 4576 ระบุมีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด, ร้อยละ 4400 ระบุว่าให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ, ร้อยละ 3568 ระบุให้ทุกวัดทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส, ร้อยละ 2120 ระบุเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด, ร้อยละ 1824 ระบุแก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาดในการบริหารเงิน, ร้อยละ 1328 ระบุ ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ, ร้อยละ 032 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 280 ไม่ระบุหรือไม่แน่ใจ 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-22

เว็บ โจ๊ก เกอร์ สล็อต 1️⃣2021| mafiavip1️⃣M98| ufa191 สล็อต 1️⃣2021| เล่น สล็อต 191 1️⃣2021| ทดลอง เล่น cash or crash 1️⃣2021| ค่าย ใหญ่ สล็อต1️⃣M98| เครดิต ฟรี ฝาก 1 บาท รับ 1001️⃣LOOK618| slotxo 89 1️⃣2021| kb8 คา สิ โน 1️⃣2021| 888casino ทาง เข้า1️⃣LOOK618| สล็อต u31 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ joker1️⃣M98| joker ไม่ ผ่าน เอ เย่ น1️⃣LOOK618| หมุน สล็อต ฟรี ถอน ได้ 2021 1️⃣2021| bonus joker ii 1️⃣2021| slot caishen wins1️⃣M98| เว็บ คา สิ โน ฝาก 300 รับ 600 1️⃣2021| ฟรี เครดิต mafia1️⃣LOOK618| สมัคร เว็บ ts9119691️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 9181️⃣M98| vvip789 แจก เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| pg slot วอ เลท 1️⃣2021| สล็อต u31 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี jili1️⃣LOOK618| เกม ออนไลน์ เงิน จริง1️⃣LOOK618| slot24th สมัคร1️⃣LOOK618| แจก เค ดิ ต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 20211️⃣M98| sbk slotxo 1️⃣2021| ฟรี ส ปิ น ถอน ได้1️⃣LOOK618| เว็บ roman1681️⃣M98| 44thjoker1️⃣LOOK618| slotxo 567 1️⃣2021| w88 ฟรี เครดิต1️⃣M98| igclub661️⃣LOOK618| โหลด เกม โร ม่า1️⃣LOOK618| บา คา ร่า 66 1️⃣2021| ฝาก 1 บาท ฟรี 99 บาท ล่าสุด 2021jdb สล็อต 1️⃣2021| joker สล็อต 991️⃣LOOK618| joker123 auto 31️⃣LOOK618| สล็อต ฝาก ขั้น ต่ํา 1 บาท วอ เลท 1️⃣2021| โหลด เกม โจ๊ก เกอร์ เกมส์1️⃣LOOK618| mafia123 1️⃣2021| mm888bet ทาง เข้า มือ ถือ1️⃣M98| ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 20201️⃣M98| โหลด roar661️⃣LOOK618| sagame6699 เข้า ระบบ1️⃣M98| ฝาก 50 รับ 100 joker ถอน ไม่ อั้น1️⃣M98| mafia88 slot1️⃣LOOK618| 777 สะ ลอด1️⃣M98| สมัคร สมาชิก ใหม่ โบนัส 100 918kiss1️⃣LOOK618| 789 slot game1️⃣M98| superslot3331️⃣M98| สล็อต เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง แชร์ 2020 ล่าสุด1️⃣M98| gclub 91️⃣M98| เกม สล็อต ค่าย ยู ฟ่า1️⃣LOOK618| pg win8881️⃣LOOK618| สล็อต jdb แจก เครดิต ฟรี 2020 1️⃣2021| 777 เทพ slot คา สิ โน1️⃣LOOK618| สมัคร joker วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| บา คา ร่า 8888881️⃣M98| 918kisskaya 1️⃣2021| เว็บ ยืนยัน ตัว ตน รับ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slotxo download pc1️⃣M98| เล่น เว็บ 1️⃣2021| joker123 pc1️⃣M98| 5gamingth slot1️⃣LOOK618| ivip9 slot 1️⃣2021| king 1681️⃣M98| คา สิ โน ฟรี ไม่มี เงิน ฝาก1️⃣M98| 48 slot pg1️⃣M98| sa gaming 168th1️⃣M98| sg สล็อต1️⃣LOOK618| demo slot pg1️⃣LOOK618| บา คา ร่า true wallet1️⃣LOOK618| slot ค่าย pg1️⃣LOOK618| 168xo auto 1️⃣2021| sa gaming66 1️⃣2021| ts899 casino1️⃣LOOK618| joker สล็อต 1️⃣2021| u31 เครดิต ฟรี 31 บาท1️⃣M98| สล็อต มือ ถือ ฟรี เครดิต 1️⃣2021| แอ พ การ พนัน ได้ เงิน จริง1️⃣LOOK618| xoslot ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| เกม สล็อต ฝาก ไม่มี ขั้น ต่ำ1️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| ฝาก 10 บาท ได้ 100 jokerKeyword1️⃣M98| เว็บ บา คา ร่า ไม่มี ขั้น ต่ํา 1️⃣2021| fafa855 สมัคร1️⃣LOOK618| ฝาก 20 รับ 200 วอ เลท1️⃣M98| ฝาก 50 รับ 250 ไม่ ต้อง ทํา เทิ ร์ น 1️⃣2021| jdb ใหม่ ล่าสุด1️⃣M98| ี ufaz88 1️⃣2021| bk8 เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต 918 ฝาก ขั้น ต่ำ 1 บาท1️⃣M98|